.jpg)
เป็นอนุสรณ์ในวีรกรรมอันกล้าหาญในการปกป้องบ้านเมืองของ “คุณหญิง โม” หรือ “ท้าวสุรนารี”
ตั้งอยู่ระหว่างถนนราชดำเนินและถนนชุมพล สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2477 เพื่อเป็นอนุสรณ์ในวีรกรรมอันกล้าหาญในการปกป้องบ้านเมืองของ “คุณหญิง โม” หรือ “ท้าวสุรนารี” ซึ่งได้กล่าวไว้ในจดหมายเหตุ เรื่องปราบกบฏเวียงจันทน์ (พิมพ์ครั้งแรก) พ.ศ. 2469 ดังนี้
“เดือน ๔ แรม ๖ ค่ำปีจอ พ.ศ. ๒๓๖๙ แต่เจ้าราชวงศหารออยู่ต่อสู้ไม่ พอรู้ว่ากองทัพกรุงเทพฯ ยกขึ้นไปถึงท่าเรือพระพุทธบาทก็รีบถอยหนีกลับไปเมืองนครราชสิมา กรมพระราชวังบวรฯ จึงเสด็จไปตั้งรักษาเมืองสระบุรี รอกำลังที่จะยกเป็นกองทัพใหญ่ขึ้นไปตีเมืองเวียงจันท์อยู่ณที่นั่น ฝ่ายเจ้าอนุวงศเมื่อตั้งอยู่ณเมืองนครราชสิมา ให้กวาดต้อนครอบครัวชาวเมืองนครราชสิมาส่งขึ้นไปเมืองเวียงจันท์ ครั้งนั้นเพอิญคุณหญิงโม้ภรรยาพระยาปลัดเมืองนครราชสิมาถูกกวาดต้อนไปด้วย คุณหญิงโม้มีสติปัญญาสามารถคิดกลอุบายวิงวอน ผ่อนผัดให้ควบคุมไปช้า ๆ รอพวกครัวที่ถูกกวาดต้อนไปทันกันที่ทุ่งสัมริด พอเห็นว่ามีกำาลังมากกว่าพวกที่ควบคุมก็ช่วยกันทั้งชายหญิงเข้าแย่งศัสตราวุธ ของข้าศึกต่อสู้.....” (ข้อความอ้างอิงต้นฉบับจากจดหมายเหตุ) เมื่อกองทัพเจ้าอนุวงศ์พ่ายกลับไปแล้ว พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาคุณหญิงโมขึ้นเป็น “ท้าวสุรนารี”
.jpg)
คุณหญิงโมเป็นสตรีที่มีสติปัญญาหลักแหลม เล่นหมากรุกเก่ง สมัยเด็กชอบเล่นกระบี่กระบอง มีความสามารถในการขี่ช้าง ขี่ม้า อีกทั้งเป็นที่รักของชาวเมืองเป็นอย่างยิ่ง ท่านถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2395 ขณะอายุได้ 81 ปี ข้าราชการและประชาชนจึงได้สร้างอนุสาวรีย์ “ท้าวสุรนารี” หล่อด้วยทองแดงรมดำสูง 185 เซนติเมตร หนัก 325 กิโลกรัม แต่งกายด้วยเครื่องยศพระราชทานในท่ายืน มือขวากุมดาบ ปลายดาบจรดพื้น มือซ้ายท้าวสะเอว หันหน้าไปทางด้านทิศตะวันตก ซึ่งเป็นที่ตั้งของกรุงเทพมหานคร และได้บรรจุอัฐิของท่านไว้ที่ฐานไพทีสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง นับเป็นอนุสาวรีย์ของสตรีสามัญชนคนแรกของประเทศ และได้มีการจัดงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึงวันที่ 3 เมษายน ของทุกปี
.jpg)
ด้านหลังอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เป็นที่ตั้งของประตูชุมพล ลักษณะเป็นประตูเชิงเทินก่อด้วยหินก้อนใหญ่และอิฐ ฉาบด้วยปูน ส่วนบนเป็นหอรบสร้างด้วยไม้แก่นหลังคามุงกระเบื้อง ประดับด้วยช่อฟ้า กระจัง และนาคสะดุ้ง กำแพงต่อจากประตูทั้งสองข้างก่อด้วยอิฐ ส่วนบนสุดทำเป็นรูปใบเสมา เมื่อปี พ.ศ. 2199 สมเด็จพระนารายณ์มหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมืองนครราชสีมาขึ้นเพื่อเป็นเมืองหน้าด่าน อันเป็นปีที่พระองค์เสด็จขึ้นครองกรุงศรีอยุธยา และให้สร้างกำแพงประตูเมืองอย่างแข็งแรง โดยมีช่างชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ออกแบบผังเมือง เดิมมีประตูเมืองทั้งหมด 4 ประตู ได้แก่ ประตูพลแสน (ด้านทิศเหนือ) ประตูพลล้าน (ด้านทิศตะวันออก) ประตูไชยณรงค์ (ด้านทิศใต้) และประตูชุมพล (ด้านทิศตะวันตก) ปัจจุบันเหลือเพียงประตูชุมพลเท่านั้นที่เป็นประตูเมืองเก่า ส่วนอีกสามประตูได้สร้างขึ้นใหม่
|